TeaC65's profileพื้นที่เล็ก ๆ ของขี้เหงา...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
March 18 รงค์ วงษ์สวรรค์ ตัวตาย จิตวิญญาณคงอยู่
"คนเราสูงเท่ากันเสมอบนเตียงนอนและในหลุมศพ" -รงค์ วงษ์สวรรค์-
หากใครต่อหลายคนที่เคยได้อ่านบทความ บทกวี ผ่านหนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์ คงไม่มีใครไม่รู้จัก "รงค์ วงษ์สวรรค์" นักเขียนรุ่นเก๋า
ทีมีโอกาสได้อ่านงานเขียนของเขามาบ้าง เมื่อสมัยตอนยังเรียนมหาวิทยาลัย เหตุเพราะเรียนสายข่าว การอ่านหนังสือจึงเป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มพูลของคำ วลี และความรู้ต่าง ๆ
รงค์ วงษ์สวรรค์ ชื่อเดิมคือ นายณรงค์ วงษ์สวรรค์ เกิดเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2475 ที่ตำบลคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท บิดารับราชการเป็นวิศวกร กรมชลประทาน แม่เป็นชาวสวน ชีวิตวัยเด็กอยู่กับยายที่โพธาราม จังหวัดราชบุรี เพราะพ่อต้องออกไปทำงานตามป่าเขา
เขาเติบโตมาในฐานะยากจน และความจนทำให้เขาต้องช่วยแม่ทำมาหากินตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนโพธารามวัฒนาเสนี อำเภอโพธาราม ราชบุรี ด้วยการนำทอฟฟี่ที่แม่ทำไปขายที่โรงเรียน ซึ่งแม้จะมาเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ แต่เมื่อถึงเวลาปิดเทอมเขาก็จะต้องกลับไปช่วยแม่หาบแตงโมอยู่เป็นประจำ ผิดจากเด็กยุคปัจจุบันที่ยังสรรหาความรื่นรมย์ในวัตถุ จนหลงลืมความสุขของคนรอบข้าง
รงค์ ลูกผู้ชาย นักคิด นักเขียน เขาสนใจงานวรรณกรรมมาตั้งแต่เด็ก เพราะต้องอ่านวรรณคดีและหนังสือประเภทอื่นๆ ให้บิดาและยายฟังเสมอๆ ครั้นออกจากอำนวยศิลป์มาเข้าเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รงค์ จึงได้มีโอกาสนำเอาประสบการณ์ชีวิตต่างๆ เขียนเป็นเรื่องสั้นลงในจุลสารของโรงเรียนและบางส่วนก็ส่งไปยังหนังสือพิมพ์ต่างๆ
สำหรับทีนี่คือ ความเพียรในการแสวงหาความรู้ โดยกิจวัตรประจำวันที่ทำเป็นประจำ จนเป็นบ่อเกิด และการสะสมนิสัยให้รักใคร่ในการอ่าน และการเขียนของ รงค์ ได้ดีอย่างทีเดียว
มีใครหลายต่อหลายคนบอกกับทีว่า "หากเราไม่เพียรพยามเรื่องใดแล้ว เราก็จะหมดคุณค่าที่จะดำรงอยู่ต่อไป" เพราะมนุษย์เกิดมาแล้ว ต้องสร้างคุณค่าให้กับชีวิต และต่อยอดให้ผลนั้นสู่มวลชน
และนี่คือปฐมบทเริ่นการเป็นนักเขียนของ "รงค์ วงษ์สวรรค์" ต่อจากนั้นเขาก็ได้รู้จักกับ ม.ล.ต้อย ชุมสาย ศิลปินทางการถ่ายภาพนู้ดของไทย และเขาได้รับการฝึกฝนการถ่ายภาพ และเข้าสู่แวดวงหนังสือพิมพ์ จนได้เข้าทำงานที่หนังสือพิมพ์สยามรัฐ พ.ศ.2497 ต่อมาเริ่มถ่ายภาพที่ชวนสนใจทั้งภาพและการเขียนคำบรรยาย จากนั้นเริ่มเขียนคอลัมน์ “รำพึง-รำพัน” ด้วยนามปากกา “ลำพู” ในสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้อ่านเป็นจำนวนมากด้วยลีลา และสำนวนภาษาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแปลกแหวกแนวไปจากคนอื่นๆ
จากนั้นไม่นานทุกคนได้รู้จักนักเขียนที่ชื่อ "รงค์ วงษ์สวรรค์" เขาเขียนเรื่องราวที่ชวนให้อ่าน ทั้งประโยค คำพูด ล้วนแล้วแต่หาตัวจับอยาก จึงไม่แปลกอะไรที่คนส่วนใหญ่จะนิยมชมชอบงานเขียนของ รงค์
ทีก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชมในงานเขียน แม้อายุ 25 ปี ทีได้อ่านงานเขียนของเขาไม่มาก แต่ทีคิดว่า งานที่หมั่นฝึกฝน หมั่นอ่าน และประสบการณ์ที่พบเจอ จะสร้างงานเขียนใหม่ ๆ เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง และหากสามารถเสริมสร้าง "แรงบันดาลใจ" และ "กำลังใจ" ให้กับผู้อ่าน ย่อมเป็นสิ่งที่ดีมิใช่น้อย เพราะ “มุมมอง” มักจะต่อยอดจากมุมที่คิดให้ยาวไกลกว่าการนั่งอุดอู้อยู่ในโลกส่วนตัว โดยไม่ได้รับรุ้เรื่องราวภายนอก
แม้วันนี้ “รงค์ วงษ์สวรรค์” จะจากไปด้วยวัย 77 ปี แต่ความเป็นตัวตน หรือจิตวิญญาณของเขายังดำรงอยู่บนโลกใบนี้ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังอย่างทีได้จดจำ และยึดถือวิถีชีวิตอย่างพองาม และพอเพียง
อีกทั้ง “โอกาส” ในชีวิตของเขาก็กลายเป็นอีกหนึ่งมุมมองที่อาจทำให้ใครหลายคนได้คิดว่า “หากเราสร้างโอกาส แต่ไมได้รับการหยิบยื่นจากคนอื่นขอให้ภูมิใจไว้ว่า คนเรายังได้พยายามที่จะสร้างสิ่งที่ต้องการขึ้นมา ซึ่งต่างจากบางคนที่ไม่สร้างโอกาส เพียงรอโอกาสจากคนอื่น แบบนี้คงเป็นหลักลอย และหาจุดยืนในตัวตนไม่ได้”
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทีคงต้องฝึกฝน และหา “แรงบันดาลใจ” ในแต่ล่ะวัน เพื่อจุดประกายในความคิดให้ตกผลึก ไม่ใช่เพื่อทีเพียงคนเดียว แต่ยังเพื่อคนที่แวะเวียน และชื่นชมงานเขียนของทีอีกด้วย
“รงค์ วงษ์สวรรค์ นักเขียนผู้ล่วงลับ แต่ไม่ไร้ซึ่งความหมาย” “ใจเรา ตัวเรา ความคิดเรา แม้ว่าตัวตาย แต่จิตวิญญาณจะดำรงอยู่ หากถือมั่นในสิ่งดีงาม” หมายเหตุ : "พญาอินทรี" ขอให้สุคติ ข้อมูลบางส่วน : เว็บผู้จัดการ TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://tantikowit.spaces.live.com/blog/cns!66495A5B481E6B67!1132.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|